แชร์

เปิดตำนานเทศกาลไหว้บะจ่าง ไหว้ยังไงให้เฮง? ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

อัพเดทล่าสุด: 25 พ.ค. 2026
23940 ผู้เข้าชม

มูให้สุดแล้วหยุดที่ความอร่อยค่ะคุณพี่! รู้ไหมคะว่า "บะจ่าง" ลูกโต ๆ ไส้แน่น ๆ ที่เราชอบทานกันเนี่ย ไม่ใช่อาหารที่มีดีแค่ความอร่อยและเก็บได้นานน้า

แต่เขามีประวัติศาสตร์ลึกซึ้งระดับโลก และเกี่ยวข้องกับ "เทศกาลไหว้บะจ่าง" หรือ "เทศกาลตวนอู่" (端午节) ที่สืบทอดกันมามากกว่า 2,000 ปีเลยค่ะ!

ปักหมุดวันเฮง: เทศกาลวันไหว้บะจ่าง 2569 ปีนี้ ตรงกับ วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 (วันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจีน) น้าาา เตรียมล็อกวันไว้เลย!

แต่ก่อนจะไปดูตำนานสนุก ๆ น้องฮั่วขออนุญาต "เปิดการขายแบบด่วนจี๋" เพราะโปรนี้แรงจริง ไม่อยากให้พลาดค่ะ!

ปีนี้ฮั่วเซ่งฮงจัดหนักจัดเต็มกับ "โปรโมชั่นเทศกาลไหว้บะจ่าง ซื้อ 10 ฟรี 1!" (สำหรับบะจ่างสูตรต้นตำรับรสเค็มสุดฮิต) ตุนไว้ไหว้ก็เฮง ตุนไว้กินเองก็ฟิน

สั่งจองล่วงหน้ากับน้องฮั่วได้เลยน้า เดี๋ยวใกล้ๆ วันแล้วคิวเต็มจะหาว่าน้องไม่เตือน! 555



บะจ่างคืออะไร (ทำไมกินกี่ทีก็ไม่เบื่อ)

มันคือภูมิปัญญาจีนโบราณที่เอาข้าวเหนียวมาผัดจนหอม ฟิตเจอริ่งกับไส้คาวหวานแบบจัดเต็ม ทั้งหมูหมักนุ่ม ๆ ไข่เค็มใบโต ถั่วแดง ลูกบัว เห็ดหอม แล้วห่อด้วยใบไผ่เป็นทรงสามเหลี่ยมสุดคลาสสิก นำไปต้มหรือนึ่งจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน!

คำว่า บะจ่าง มาจากภาษาจีนกลางว่า 粽子 (zòngzi) ส่วนสำเนียงแต้จิ๋วที่เราคุ้นหูก็คือ "บ๊ะจ่าง" นั่นเองค่ะ

กลับไปที่สารบัญ


ประวัติเทศกาลไหว้บะจ่าง (ที่มาของบะจ่างและเรือมังกร)

ตำนานชวีหยวนผู้รักชาติไม่ยอมก้มหัวให้ใคร

ตำนานที่ทำเอาน้องฮั่วซึ้งจนน้ำตาซึม คือเรื่องของ "ชวีหยวน" (屈原) ขุนนางผู้รักชาติและซื่อสัตย์มากแห่งแคว้นฉู่ ย้อนไปกว่า 2,000 ปีนู้นเลยค่ะ

ชวีหยวนทุ่มเทเพื่อบ้านเมืองมาก แต่ดันถูกพวกขุนนางกังฉินใส่ร้ายจนถูกเนรเทศ


แผนการใส่ร้ายชวีหยวน

แคว้นฉู่กำลังตัดสินใจว่าจะผูกมิตรกับ แคว้นฉิน (แคว้นที่ทรงอำนาจและโหดที่สุดในยุคนั้น) ดีไหม

ซึ่งท่านชวีหยวนมองเกมขาดค่ะ! ท่านรีบเตือนกษัตริย์ว่า “อย่าไปหลงกลแคว้นฉินนะพ่ะย่ะค่ะ พวกนั้นมันปลิ้นปล้อน เชื่อไม่ได้เด็ดขาด!”

พอชวีหยวนขัดผลประโยชน์ ขุนนางกังฉินตัวท็อปอย่าง "จิ้นซ่าง" และพระสนมเอก "เจิ้งซิ่ว" (ที่แอบรับสินบนและทองคำแท่งจากทูตแคว้นฉินมาเรียบร้อยแล้ว

ขุนนางกังฉินรับสินบนจากทูตแคว้นฉิน โดยมีพระสนมเอกยืนอยู่ในฉากราชสำนักจีนโบราณ

จึงร่วมมือกันเป่าหูกษัตริย์ว่า "ฝ่าบาท... ชวีหยวนมันอวดดี! มันแอบไปพูดกับชาวบ้านว่าที่แคว้นฉู่เจริญได้ทุกวันนี้เพราะสติปัญญาของมันคนเดียว ไม่เกี่ยวกับฝ่าบาทเลย แถมมันยังแอบไปฝักใฝ่แคว้นอื่น เป็นพวกทรยศขายชาติพ่ะย่ะค่ะ!"

กษัตริย์ฉู่ไหวหวังดันเป็นพวก "หูเบาขี้ระแวง" พอโดนรุมเป่าหูเข้าหน่อยก็หน้ามืดตามัว สั่งปลดชวีหยวนจากตำแหน่ง และเนรเทศให้ออกไปอยู่ชายแดนไกลปืนเที่ยงทันทีอย่างไร้ความปราณีค่ะ!


บ้านเมืองล่มสลาย

พอท่านชวีหยวนโดนเตะโด่งออกไปปุ๊บ ทางสะดวกสิคะ! แคว้นฉินเริ่มทำตามแผนการกลืนชาติทันที โดยส่งทูตมาหลอกกษัตริย์แคว้นฉู่ว่า

“ถ้าท่านยอมตัดสัมพันธ์กับแคว้นฉี (พันธมิตรเดียวที่เหลืออยู่) เราจะยกที่ดินให้ 600 ลี้เลยนะ” กษัตริย์ฉู่ก็ดันเชื่อ (อีกแล้ว!) ยอมตัดสัมพันธ์กับมิตรแท้

พอไปทวงที่ดิน แคว้นฉินกลับตลบแตลงบอกว่า “ใครพูด? ฉันบอกจะให้แค่ 6 ลี้ต่างหาก” (กวนประสาทสุด ๆ)

หลังจากนั้นแคว้นฉู่ก็ดิ่งเหวรัว ๆ

  • กษัตริย์โดนจับเป็นตัวประกัน: กษัตริย์แคว้นฉู่หลงกลยอมเดินทางไปร่วมประชุมเจรจาสันติภาพกับแคว้นฉิน แล้วโดนจับขังคุกจนตรอมใจตายในต่างแดน
  • เมืองหลวงถูกตีแตก: ในที่สุด ปี 278 ก่อนคริสตกาล แม่ทัพไป๋ฉี่ของแคว้นฉิน ยกกองทัพบุกถล่มเมืองหลวงของแคว้นฉู่จนย่อยยับ เผาศาลบรรพชน วังหลวงกลายเป็นทะเลเพลิง ชาวบ้านหนีตายกระจัดกระจาย แคว้นฉู่ต้องย้ายเมืองหลวง

เมืองหลวงแคว้นฉู่ถูกกองทัพฉินบุกเผา ผู้คนอพยพหนีท่ามกลางไฟสงครามในตำนานชวีหยวน


โดดน้ำฆ่าตัวตาย

พอเห็นบ้านเมืองล่มสลาย ท่านชวีหยวนเสียใจมาก ท่านกอดก้อนหินร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจที่รู้ล่วงหน้าแต่ช่วยอะไรไม่ได้ (เตือนแล้ว)

สุดท้ายเลยตัดสินใจกระโดดน้ำฆ่าตัวตายที่แม่น้ำมี่หลัว เพื่อตายตกไปตามบ้านเมืองในวันที่ 5 เดือน 5 นั่นเองค่ะ... สลดมาก!

ชวีหยวนยืนร้องไห้ท่ามกลางพายุริมแม่น้ำมี่หลัว ก่อนตัดสินใจกระโดดน้ำตามบ้านเมืองในตำนานบะจ่าง

พอชาวบ้านรู้ข่าว (ชาวฉู่รักท่านชวีหยวนคนนี้มากค่ะ) ก็รีบพายเรือออกไปหาศพ หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

แต่ชาวบ้านอยากปกป้องร่างของท่านไม่ให้โดนปลาตอด กิน ชาวบ้านเลยพากันเอา "ข้าวเหนียวห่อใบไผ่" โยนลงแม่น้ำให้ปลากินแทน (จิตใจงดงามแท้!)

ต่อมาท่านชวีหยวนมาเข้าฝันชาวบ้าน บอกว่า "ขอบใจมากนะ แต่อาหารที่โยนมาโดนสัตว์น้ำแย่งกินหมดเลย วันหลังถ้าจะโยน ให้ทำเรือเป็นรูปมังกรนะ สัตว์น้ำจะได้นึกว่าเป็นของพญามังกร ไม่กล้าแย่งกิน"

นี่แหละค่ะ! เลยกลายเป็นต้นกำเนิดของ "การทำบะจ่าง" และ "ประเพณีการแข่งเรือมังกร" มาจนถึงทุกวันนี้

ขอบอกว่าเทศกาลนี้ไม่ได้มาเล่น ๆ น้า เพราะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 2009 เรียบร้อยแล้วค่ะ!

กลับไปที่สารบัญ


ของไหว้ที่ต้องเตรียม

การไหว้มักจะจัดขึ้นใน ช่วงเช้า ของวันที่ 19 มิถุนายนนะคะ โดยเราจะไหว้ที่ศาลเจ้าที่ (ตี่จู้เอี๊ยะ) หรือหิ้งบรรพบุรุษก็ได้ค่ะ ของที่ต้องเตรียมมีดังนี้

หลังการไหว้ ชาวจีนมักนำบะจ่างไปชุบน้ำตาลทรายขาวหรือแดงเพื่อรับประทาน ซึ่งเชื่อว่านำมาซึ่งความเป็นมงคล

กลับไปที่สารบัญ


4 ขั้นตอนการไหว้บ๊ะจ่าง

ขั้นตอนการไหว้บะจ่างจริง ๆ แล้วไม่มีอะไรยุ่งยากเลยค่ะคุณพี่ นิยมทำพิธีกันในช่วง เช้า (ประมาณ 07:00 11:00 น.) กำลังดี แดดไม่ร้อนเกินไป โดยแบ่งขั้นตอนหลัก ๆ ออกเป็น 4 สเต็ปง่าย ๆ ตามนี้นะคะ เซฟเก็บไว้ดูตอนจัดโต๊ะได้เลยจ้า!

วิธีจัดโต๊ะไหว้บะจ่างด้วยบะจ่าง ผลไม้มงคล น้ำชา เหล้า ธูป เทียน และกระดาษเงินกระดาษทองตามธรรมเนียมจีน


สเต็ปที่ 1: การจัดโต๊ะของไหว้ (เรียงตามแนวลึก ลำดับไม่มีหลง)

ให้ตั้งโต๊ะไหว้ต่อหน้าตี่จู้เอี๊ยะ (ศาลเจ้าที่) หรือโต๊ะบรรพบุรุษนะคะ แล้วเรียงลำดับของไหว้ตามแนวลึก (จากฝั่งตัวเรายาวไปหาฝั่งด้านใน) ตามนี้เลยค่ะ

  • แถวหน้าสุด (ใกล้ตัวเรา): วางกระถางธูปไว้ตรงกลางเป๊ะ ๆ ขนาบข้างซ้าย-ขวาด้วยแจกันดอกไม้สดชื่น ๆ และเทียนแดง 1 คู่ค่ะ
  • แถวถัดมา: วางถ้วยน้ำชา 5 ถ้วย เรียงหน้ากระดานสวย ๆ ตามด้วยถ้วยเหล้า (ถ้ามี) เลยค่ะ
  • แถวในสุด (ชิดป้าย/ศาล): วางถาดผลไม้มงคล 5 อย่าง และพระเอกของเรา... "บะจ่าง" (จัดเป็นจำนวนคู่นะคะ 2, 4, 6, 8 ลูก) วางเด่น ๆ ไว้ตรงกลางเลยค่ะ

แอบกระซิบ: ถ้า สั่งโปร 10 แถม 1 จากฮั่วเซ่งฮงไป แยกรวมเป็น 8 ลูกไหว้ตรงนี้ แล้วอีก 3 ลูกเก็บไว้กินวันหลังได้เลยน้า 555

เกร็ดความรู้จากน้องฮั่ว: ทำไมไหว้บะจ่าง กระถางธูปต้องอยู่หน้าเรา? ไม่เหมือน ตรุษจีน ล่ะ?

มีคุณพี่หลายท่านถามน้องฮั่วมาเยอะมากค่ะว่าทำไมจัดโต๊ะไม่เหมือนกัน? นั่นเพราะ...

  • ไหว้วันตรุษจีน: เราเชิญท่านมา ทานข้าวในบ้าน กระถางธูปจึงต้องอยู่ด้านในชิดศาล
  • ไหว้บะจ่าง: เราส่งของเซ่นไหว้ให้ท่าน กระถางธูปจึงต้องอยู่หน้าเรา เพื่อให้เราจุดธูปส่งจิตอธิษฐาน

รู้แบบนี้แล้วจัดโต๊ะรอบนี้ไม่มีงงแน่นอนจ้า!


สเต็ปที่ 2: จุดธูปเทียนและกล่าวคำขอพร (เรียกยอดเงินเข้ากระเป๋า)

  • จุดเทียนแดง 1 คู่ก่อนเลยค่ะ จากนั้นจุดธูปคนละ 3 ดอก หรือ 5 ดอก (น้องฮั่วแนะนำ 5 ดอกนะคะ สื่อถึงหลัก 5 ธาตุ ดิน ทอง น้ำ ไม้ ไฟ มั่งคั่งมั่นคงสุด ๆ)
  • จากนั้นบอกชื่อ-นามสกุลของเรา แล้วกล่าวว่า "วันนี้วันขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 ขอถวายบะจ่างลูกโต ๆ ไส้แน่น ๆ และผลไม้มงคลเพื่อบูชาเจ้าที่และระลึกถึงบรรพบุรุษ..."
  • แล้วอธิษฐานขอพรได้เลยค่ะคุณพี่ เน้นเรื่องความอุดมสมบูรณ์ การงานราบรื่น เงินทองโชคลาภไหลมาเทมา และขอให้ครอบครัวสุขภาพแข็งแรง ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บออกไปให้หมด!


สเต็ปที่ 3: เผากระดาษเงินกระดาษทอง (ส่งความรวย)

  • รอจนธูปไหม้ไปได้ประมาณครึ่งดอก หรือผ่านไปสัก 10-15 นาที
  • ให้เรานำกระดาษเงินกระดาษทอง (หงึ่งเตี๋ย) ที่เตรียมไว้มาจุดเผา เพื่อส่งพลังงานและความร่ำรวยไปให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์และบรรพบุรุษตามประเพณีค่ะ


สเต็ปที่ 4: ลาของไหว้ทานเพื่อความมงคล (ช่วงเวลาแห่งความอร่อย!)

  • เมื่อธูปดับสนิทแล้ว ให้เรากราบสวย ๆ 3 ครั้งเพื่อทำการ "ลาของไหว้" ค่ะ
  • จากนั้นก็นำบะจ่างและผลไม้มงคลมาแบ่งกันกินในครอบครัว หรือแจกจ่ายให้ญาติพี่น้องทานร่วมกัน ยิ่งเอาบะจ่างอุ่นร้อน ๆ มาแกะใบไผ่ออก กลิ่นหอม ๆ ข้าวเหนียวนุ่มหนึบตัดกับไข่เค็มมัน ๆ บอกเลยว่านี่คือสิริมงคลที่อร่อยที่สุดในสามโลกเลยค่ะคุณพี่!

สำหรับปีนี้ วันไหว้บะจ่างประจำปี 2569 (ตวนอู่เจี๋ย) ตรงกับ วันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2569 นะคะ!

ใครยังไม่ได้จองบะจ่าง ระวังโต๊ะไหว้จะโล่งน้า ทักแชท สั่งจองล่วงหน้ากับน้องฮั่วได้เลยจ้าาา! บะจ่างร้อน ๆ มาแล้วค่าาา

กลับไปที่สารบัญ


ไหว้บะจ่างทำไมต้อง "เลขคู่"?

คนโบราณเชื่อว่า วันที่ 5 เดือน 5 เป็นช่วงฤดูกาลที่ร้อนจัด พลัง "หยาง" (ความร้อน/เลขคี่) จะสูงมาก เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดและสิ่งชั่วร้าย ชาวจีนเลยต้องใช้พลัง "หยิน" (ความเย็น/เลขคู่) มาตัดเลี่ยน เอ้ย! มาบาลานซ์ความสมดุลค่ะ

การไหว้บะจ่างจึงนิยมไหว้เป็น "เลขคู่" เช่น 2, 4, 6 หรือ 8 ลูก

นอกจากนี้ใบไผ่ที่ใช้ห่อบะจ่างยังมีสรรพคุณทางยาช่วยระบายความร้อน เหมาะกับหน้าร้อนสุดๆ ค่ะ

กลับไปที่สารบัญ


กิจกรรมในเทศกาลไหว้บะจ่าง

ถ้าไปดูในแถบจีน ฮ่องกง หรือไต้หวัน เทศกาลนี้คึกคักระเบิดระเบ้อมากค่ะคุณพี่!


การแข่งเรือมังกร (Dragon Boat)

การแข่งเรือมังกรถือเป็นไฮไลต์ระดับโลก! การแข่งขันนี้มีประวัติยาวนานกว่าพันปี แต่รูปแบบสมัยใหม่เริ่มขึ้นในฮ่องกงเมื่อปี 1976

เมื่อจัดการแข่งขันนานาชาติครั้งแรก โดยมี 9 ทีมท้องถิ่นแข่งกับทีมจากญี่ปุ่น การแข่งขันนี้วางรากฐานให้กีฬาเรือมังกรเป็นที่รู้จักในระดับสากล และกลายเป็นกีฬายอดนิยมที่ดึงดูดผู้เข้าร่วมและผู้ชมจากทั่วโลก

ไทยเราก็มีไปแข่งกับเขาด้วยนะค่ะ

สถานที่จัดการแข่งขันที่สำคัญ ได้แก่

1. จีน

แม่น้ำมี่หลัวในมณฑลหูหนานเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่จัดแข่งเพื่อรำลึกถึงชวีหยวน พร้อมพิธีปลุกมังกรด้วยการแต้มตาเรือ ในเมืองใหญ่ เช่น กวางโจวและหางโจว จัดที่คลองหรือทะเลสาบ เช่น Xixi Wetland Park เพื่อปลุกมังกรให้ตื่นขึ้นมาปกป้องแม่น้ำ

2. ฮ่องกง

ไฮไลต์ระดับโลกต้องยกให้งาน Hong Kong International Dragon Boat Races ที่อ่าววิคตอเรียเลยค่ะคุณพี่!

บรรยากาศงานปีที่แล้ว Cr. Youtube - @hongkong

โดยเฉพาะปี 2569 นี้พิเศษสุด ๆ เพราะเขาจัดขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ดึงดูดทีมฝีพายระดับฝีพระกาฬทั้งท้องถิ่นและนานาชาติเข้าร่วมแข่งขันมากกว่า 220 ทีม จาก 16 ประเทศทั่วโลก! ระยะแข่งขันแบ่งเป็น 500 เมตร (เรือมาตรฐาน 20 ฝีพาย) และ 200 เมตร (เรือขนาดเล็ก 12 ฝีพาย)

ปีนี้งานแข่งรอบชิงชนะเลิศสุดเร้าใจจะตรงกับ วันเสาร์ที่ 27 และวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 (เวลา 08:00 น. - 18:00 น.) ชมฟรีตลอดงานตลอดแนวทางเดินเลียบชายหาดจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui Promenade)

แอบกระซิบว่าปีนี้คึกคักเป็นพิเศษเพราะเขาขยายจัดเป็นเทศกาลยาว 13 วัน (19 มิ.ย. - 1 ก.ค.) มีทั้งขบวนพาเหรดเรือมังกรตกแต่งแบบดั้งเดิมอย่างสวยงาม จัดเต็มร้านอาหารท้องถิ่น เมนูบะจ่างรสเด็ด และการแสดงดนตรีริมอ่าววิคตอเรีย บรรยากาศพลังงานล้นหลามจนสั่นสะเทือนไปทั้งเกาะฮ่องกงแน่นอนจ้า!

3. ไต้หวัน

จัดที่แม่น้ำจีหลง (Keelung River) ในไทเป เป็นสนามหลักในการจัดงานแข่งเรือมังกรสุดยิ่งใหญ่ของไต้หวัน (จัดบริเวณสวนสาธารณะริมน้ำต้าเจีย Dajia Riverside Park) ส่วนทางใต้อย่างเกาสงก็นิยมจัดที่ แม่น้ำแห่งความรัก (Love River) มีการตีกลองและร้องเพลงเป็นหัวใจสำคัญของฝีพายไต้หวันเพื่อคุมจังหวะการพาย

4. มาเก๊า

จัดที่ Nam Van Lake สถานที่ใช้จัดงาน Macao International Dragon Boat Races เป็นประจำทุกปี มีทั้งการแข่งขันและงานรื่นเริงที่จำหน่ายบะจ่างและของที่ระลึก

เคล็ดลับการชมพายเรือ: คือ จุดเริ่มต้นของการแข่ง โดยเฉพาะการพาย 5 ครั้งแรก เป็นช่วงที่แสดงพลังและความพร้อมเพรียงของทีมอย่างน่าประทับใจ


การตั้งไข่

อันนี้ฮิตมากที่ไต้หวัน! เชื่อว่าตอนเที่ยงตรงของวันที่ 5 เดือน 5 พลังหยางจะแรงที่สุด ถ้าใครสามารถตั้งไข่ไก่ให้ยืนตรงบนพื้นราบได้ จะมีโชคลาภเฮง ๆ ไปตลอดทั้งปี! (เที่ยงวันที่ 19 มิ.ย. นี้ มาลองตั้งไข่ที่บ้านกันดูนะคะ 555)


การแขวนถุงหอม

สมัยก่อนอากาศร้อนชื้นแมลงเยอะ เขาจะเอาสมุนไพรกลิ่นหอม ๆ เช่น ว่านน้ำ ตะไคร้ มาใส่ถุงผ้าสีแดง-เหลือง แขวนไว้หน้าบ้านหรือให้เด็ก ๆ พกติดตัวเพื่อกันยุงและไล่สิ่งอัปมงคลค่ะ

ปัจจุบันในประเทศจีนและไทย ถุงหอม (ภาษาจีนเรียกว่า เซียงเปา หรือ Xiangbao) ไม่ได้เอามาแขวนไล่ยุงแบบเหงา ๆ แล้วนะคะ เพราะตอนนี้เขาจับมาโมดิฟายใหม่ กลายเป็นสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกยอดนิยมแล้วค่ะ

โดยมักจะดีไซน์เป็น พวงกุญแจห้อยกระเป๋าเก๋ ๆ, เครื่องประดับห้อยเป้สไตล์อาร์ตทอย, หรือเอามาแขวนเพิ่มความหอมและเสริมความมูในรถยนต์ พกพาง่าย แถมยังได้ฟีลลิ่งรักษาธรรมเนียมโบราณแบบชิค ๆ คูล ๆ อีกด้วยน้า

กลับไปที่สารบัญ


สรุปส่งท้าย

บะจ่างไม่ใช่แค่อาหารที่กินอิ่มท้องนะคะ แต่มันคือสัญลักษณ์ของความกตัญญู ความสามัคคี และภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่ส่งต่อความเฮงมาถึงพวกเราในปี 2569 นี้ค่ะ

เช็งเม้งก็ผ่านไปแล้ว ตรุษจีนก็ผ่านไปแล้ว ถึงเวลามาลุยเทศกาลบะจ่างกันต่อ!

บะจ่างฮั่วเซ่งฮง ข้าวเหนียวนุ่มหนึบ ไส้แน่นจัดเต็ม กุนเชียง ไข่เค็ม หมูหมักหอม ๆ ทานคำไหนก็อร่อยคำนั้น

อย่าลืมนะคะ โปรโมชั่น ซื้อ 10 แถม 1 รอคุณพี่อยู่! สั่งจองไว้ไหว้หรือไว้ทานฟิน ๆ กันในครอบครัวได้เลยน้าาา พุ่งตัวไปทักแชทหรือติดต่อหน้าร้านฮั่วเซ่งฮงสาขาใกล้บ้านได้เลยค่า! (ยกเว้นสาขาเยาวราชและเจริญกรุงนะคะคุณพี่)

กลับไปที่สารบัญ


อ้างอิง

Hong Kong Tourism Board: 2026 Sun Life Hong Kong International Dragon Boat Races


334803.jpg
น้องฮั่ว (Huasenghong)
เป็นทั้งนักอ่านและนักเขียนที่ชอบไขความลับในวัฒนธรรมอาหารจีน ดวง และไลฟ์สไตล์ เปลี่ยนจากเรื่องราวที่ซับซ้อนให้เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็เข้าถึงได้ง่าย เพื่อส่งมอบ "รอยยิ้ม" และ "ความรู้" ที่มีประโยชน์สูงสุดแก่ผู้อ่าน
บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้